Home > admin
take_the_road

เสรีภาพในการใช้การใช้ถนนร่วมกับผู้อื่น

บอกได้เลยว่าจริงๆ แล้วทุกคนย่อมต้องการเสรีภาพกันทั้งนั้น แต่ต้องอยู่ในขอบเขตในความถูกต้อง จึงต้องมีข้อบังคับออกมา เพื่อให้ทุกคน ใช้เสรีภาพได้เท่ากับคนอื่น ซึ่งสามารถดูได้จากทุกเรื่องที่อยู่รอบตัวเราครับ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทาง ซึ่งถ้าคุรอยู่ในช่องทางเดินรถที่ถูกต้องก็สามารถขับไอย่างสบายใจไปใช้ความเร็วได้ตามใจ โดยมี ไฟจราจรเป็นตัวกำหนดช่วงเวลาครับ เพื่อให้ช่องทางอื่นสามารถใช้ได้ แต่ควรจะคำนึงถึงคนใช้ถนนรวมกับคุณด้วยในบางครั้งช่องอาจใช้ช่องทางผิดเพราะ มันเป็นทางแยก แต่คุณไม่เลี้ยว มันอันตรายมากหากมีรถคนอื่น ต้องการจะเลี้ยวเข้าทางนั้น ในบางครั้งอีกช่องทางหนึ่งที่มีไว้สำหรับทางตรงก็ไม่มีรถ แต่เพราะความมักง่ายของคนขับเพียงคนเดียวก็อาจทำให้เกิดปัญหาได้เลย  ผมแนะนำเลยว่าหากท่านอยากใช้ถนนแบบนี้ให้ทำถนนเข้าบ้าน แล้วขับวนตรงนั้นหรือไม่ ก็ถนนครองตามบ้านนอกที่ท่านเกิดมาก็ได้ ไม่ต้องออกมาใช้ทางร่วมกับคนอื่น เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วมันจะเสียทั้งค่ารักษาตัว ซ่อมรถและ เวลาของคนที่ใช้รถใช้ถนนร่วมกับท่านอีกด้วย ซึ่งการกระทำเช่นนี้นอกจากบ่งบอกถึงนิสัยที่ของท่านแล้วยัง สงสัยไปถึงตอนที่ท่านไปรับใบขับขี่ นี่ได้มาจริงหรือซื้อมากันแน่ ยิ่งเป็นคนที่ทำงานขับรถอยู่ตลอดเวลา ยิ่งมีความชำนาญอย่างเช่น คนขับรถ Taxi ที่ต้องทำงานบนถนนตลอดเวลา ก็ยิ่งต้องควรเคารพกฎจราจร แต่ที่เห็นคือตรงกันข้าม ไฟยังไม่ทันเขียวแต่ทางตรงข้าม ขึ้นเหลืองก็ออกตัวเลย กลับกันเมื่อไฟเหลือทางตัวเอง มาก็รีบเร่งเครื่อง ทำให้ผมเกิดความสงสัยว่าถ้ามีคนแบบนี้เหมือนกัน 2 ทางแล้วเกิดชนกันใครจะเป็นคนผิด เพราะคนเหล่านี้ย่อมมีเหตุผลที่แย่ๆ ให้กับตัวเองเสมอ

Read More
thaipicnew

ถ้าคนไทยกำลังเสียเสรีภาพควรทำอย่างไร

แม้ประเทศไทยของเราจะได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขในเขิงทฤษฎีแต่ในทางปฏิบัติมันอาจไมได้เป็นแบบนั้นเต็มที่เสมอไป ในอดีตเรามักเห็นว่ามีหลายๆ ครั้งที่คนไทยต้องโดนการปกครองที่ไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นักโดยเฉพาะเรื่องของการปฏิวัติที่เกิดขึ้นบ่อยมาก นั่นทำให้หลายคนพยายามคิดว่านี่คนไทยกำลังเสียเสรีภาพที่ควรจะเป็นไปหรือเปล่า แม้บอกกันว่าเรายังคงใช้ชีวิตได้ปกติแต่ในทางปฏิบัติมีหลายอย่างที่ไม่ปกติเหมือนเคย ทำอย่างไรเมื่อคนไทยกำลังเสียเสรีภาพ เริ่มมีคำถามตามมามากมายว่าเวลานี้คนไทยของเรากำลังเริ่มสูญเสียเสรีภาพไปแล้วหรือยัง อาจด้วยปัจจัยหลายๆ ด้านที่ทำให้คนไทยจำนวนมากคิดแบบนั้น คงไม่ต้องมานั่งพูดถึงกันว่าเพราะอะไร เหตุใด มันจะกลายเป็นความขัดแย้งไปเสียเปล่าๆ เอาแค่เริ่มต้นจากตัวเราเองเราสัมผัสได้หรือเปล่าว่าตอนนี้เสรีภาพที่เราเคยมีถูกลดทอนไปหรือไม่ ถ้าใช้เราต้องทำอย่างไรนั่นคือสิ่งที่ควรมานั่งตระหนักกันมากกว่าจะกล่าวโทษนั่นโทษนี่เพราะเอาเข้าจริงทุกคนต่างก็มีจุดประสงค์เหมือนกันไม่ว่าจะอาชีพไหน สถานะอะไรคือ ไม่อยากเห็นประเทศไทยต้องล่มจมกันไปต่อหน้า คราวนี้ลองมาดูว่าหากบ้านเมืองเรากำลังเสียเสรีภาพเราสามารถทำอย่างไรกันดี อย่าสร้างความแตกต่างทางความคิดให้มากขึ้นกว่าเดิม – แม้บ้านเราจะมีเสรีภาพทางความคิดด้วยการปกครองแบบประชาธิปไตยแต่ถ้ามองย้อนกลับไปให้ดีด้วยการเสรีทางความคิดแบบนี้มันทำให้เราต้องเริ่มค่อยๆ ด้อยเสรีภาพลงไปทุกที เมื่อเป็นเช่นนี้เรามีความแตกต่างทางความคิดได้แต่อย่าพยายามทำให้มันไปถึงจุดแบบเดิมที่ประเทศต้องเกิดปัญหา เดินทางไหนมีแต่ม็อบ มีแต่คนประท้วง มันไม่ใช่เรื่องดีเลยแม้แต่นิดเดียว ทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด – เราไม่จำเป็นต้องมานั่งเรียกร้องหาสิทธิเสรีภาพมากเกินไปก็ได้หากเราเองยังรู้สึกว่าตอนนี้การใช้ชีวิตของเรามันยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป บางทีแค่เลือกทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดมันก็เพียงพอที่จะทำให้ประเทศพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างยั่งยืนแล้ว เคารพกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น – การให้ความเคารพต่อกฎหมายคือสิ่งที่คนไทยทุกคนพึงปฏิบัติ หากเราสามารถเริ่มต้นทำได้ตั้งแต่วันนี้เสรีภาพจะบังเกิดขึ้นในไม่ช้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย การเรียกร้องหาเสรีภาพบางครั้งมันไม่ใช่ทางออกทั้งหมด ตราบใดที่ตัวเรายังปฏิบัติตามความเหมาะสมไม่ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้หากเริ่มรู้สึกว่ากำลังเสียเสรีภาพสิ่งที่ต้องทำคือทำตนเองให้ดีที่สุด

Read More

ตัวอย่างประเทศที่ไม่มีเสรีภาพ ว่าเป็นยังไง

หากให้ลองนึกถึงประเทศที่ไร้เสรีภาพคงไม่มีใครปฏิเสธว่าทุกวันนี้ที่อาจเป็นประเทศเดียวในโลกนั่นคือเกาหลีเหนือ เหตุผลที่บอกแบบนี้เพราะแม้หลายๆ ประเทศยังใช้การปกครองระบอบคอมมิวนิสต์ เช่น จีน, ลาว, คิวบา หรือเวียดนาม แต่ในเชิงปฏิบัติพวกเขาเปิดประเทศแบบเต็มร้อยประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการใช้ชีวิตมากขึ้น ทว่าเกาหลีเหนือยังคงเป็นประเทศที่ถูกปิดกั้นจากสิ่งต่างๆ รอบตัวมากมาย เอาง่ายๆ ว่าชีวิตของประชาชนขึ้นอยู่กับความพึงพอใจของรัฐบาลเป็นหลัก หากรัฐบาลมองว่าประชาชนกลุ่มนี้อาจทำอันตรายให้กับประเทศหรือกับพรรคพวกตัวเองได้ในอนาคตพวกเขามีสิทธิ์สั่งลงโทษได้ทุกกรณี ประเทศไม่มีเสรีภาพกับชีวิตของประชาชน ไม่มีใครพูดออกมาว่าประเทศนั้นดีที่สุดประเทศนี้แย่ที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนที่พบเจอ คนที่เคยใช้ชีวิตและเรื่องราวจิปาถะอีกมากมาย ทว่าเมื่อมองในมุมของการปกครองต้องยอมรับว่าเกาหลีเหนือยังคงเป็นประเทศที่ขาดเสรีภาพมากที่สุดในโลกก็ไม่ปาน ด้วยการที่ประเทศของพวกเขาปกครองด้วยระบอบคอมมิวนิสต์หรือที่บ้านเราเรียกว่าระบอบเผด็จการ มีท่านผู้นำประเทศคือประมุขสูงสุดประชาชนทุกคนต้องฟังคำสั่งจากท่านคนเดียวเท่านั้น มันจึงทำให้เกิดการขาดเสรีภาพแบบที่เราเองสัมผัสได้อยู่ในทุกวันนี้ ทั้งเรื่องของการใช้ชีวิตที่ชาวเกาหลีเหนือส่วนใหญ่จะไม่ได้มีสิทธิ์ในที่ดินของตนเอง ทุกคนจะถูกจัดสรรโดยรัฐบาล การทำงานก็จะทำงานอย่างหนักแต่ได้ค่าตอบแทนต่ำเนื่องจากรัฐบาลมองว่าพวกเขาได้มีสิ่งอุปโภคบริโภคหลายๆ อย่างให้ได้ใช้งานกันแบบฟรีๆ แล้ว ประชาชนถูกจำกัดสิทธิ์ในการเข้าถึงเรื่องต่างๆ นอกประเทศ ทีวีมีแค่ไม่กี่ช่องและแต่ละช่องจะพูดแต่เรื่องราวสนับสนุนรัฐบาลทั้งสิ้น ประชาชนไม่มีสิทธิเดินทางออกนอกประเทศ หากใครทำผิดการสั่งลงโทษ เช่น ขังคุก, ประหารชีวิต เป็นเรื่องปกติ เรียกว่าชีวิตของคนในประเทศที่ขาดเสรีภาพขึ้นอยู่ในกำมือของรัฐบาลล้วนๆ ยังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่คนในประเทศนี้ต้องพบเจอโดยที่เราอาจคาดไม่ถึง เช่น การห้ามดูภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด, ประชาชนส่วนใหญ่เดินทางด้วยการคมนาคมสาธารณะ เดิน หรือจักรยาน คนที่จะมีรถยนต์คือคนใหญ่คนโตเท่านั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งคนเดินทางเข้าประเทศก็จะถูกจับตาอย่างเข้มงวดเพราะกลัวว่าจะนำเรื่องราวภายนอกเข้ามาให้ประชาชนของเขาได้รับรู้ นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประเทศที่ขาดเสรีภาพเท่านั้น ยังมีเรื่องราวอีกมากมายให้เราได้รู้สึกว่ามันอาจไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสมนักกับการใช้ชีวิตในยุคนี้แต่นี่คือประเทศของเขา

Read More

สิทธิเสรีภาพของประเทศไทยในอดีต

เรื่องของสิทธิและเสรีภาพ เป็นเรื่องที่หลายคนมักจะบอกว่าตนเองข้าใจ แต่สิ่งที่เราเข้าใจอาจจะไม่ใช้ทั้งหมดของมัน นั่นเป็น เพราะว่า หลายคนมองว่า เรื่องของสิทธิและเสรีภาพ เป็นเรื่องที่ไกลตัว ทั้งที่จริงแล้ว กฎหมายได้กำหนดเรื่องนี้เอาไว้ ตั้งแต่แรกเริ่ม และสำหรับหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มีสิทธิ และเสรีภาพอะไรบ้างที่ตนเองควรได้รับ หรือควรกระทำ ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่า เสรีภาพในการนับถือศาสนา ถือว่าประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความหลากหลาย ในการนับถือศาสนา เป็นอย่างมาก และแน่นอนว่า ความหลากหลายนี้เอง ที่มีมาตั้งแต่แรกเริ่มก่อตั้งบ้านเมือง โดยการนับถือศาสนา ถูกกำหนดให้เป็นเรื่องของเสรีภาพ กล่าวคือ มนุษย์ มีสิทธิที่จะมีความเชื่อ หรือให้การนับถืออะไรก็ตาม ที่ตนเองสะดวกใจ แต่ความเชื่อเหล่านั้น จะต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย เช่น การบูชายัญ ด้วยมนุษย์ ถือว่าเป็นสิ่งต้องห้ามของสังคมไทย นั่นเป็นเพราะผิดกฎหมายในเรื่องของอาชญากรรมต่อชีวิตเป็นต้น เสรีภาพในการพูดภาษาถิ่น เพราะบ้านเมืองของเรา เป็นเมืองที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ และวัฒนธรรม เลยไม่น่าแปลกใจว่า ทำไมถึงมีภาษาถิ่นมากมาย ให้เราได้เรียนรู้ ซึ่งในจุดนี้เอง ที่ทำให้เกิดเป็นชุมชนพื้นเมืองขึ้นมา ทั้งนี้ทางส่วนกลางก็ไม่ได้บังคับให้ใช้ภาษากลางในการพูดแต่อย่างใด เว้นแต่ว่าในพิธี หรืองานสำคัญ และที่สำคัญคือ กฎหมายกำหนดอย่างชัดเจนว่า

Read More

สิ่งที่เรียกว่าสิทธิเสรีภาพในโลกโซเชียล

ไม่ว่าใครในยุคนี้ก็ล้วนแล้วแต่ติดอยู่ในโลกของโซเชี่ยล น้อยคนนักที่จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกโวเชี่ยล ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเฟสบุ้ค ไลน์ อินสตราแกรม และอื่น ๆ การเล่นอินเตอร์เนตและท่องโลกออนไลน์เป็นสิทธิเสรีภาพที่ใครจะเล่นก็ได้ ไม่ได้มีกฎห้ามเอาไว้ แม้แต่เด็กเล็ก ๆ ก็ท่องโลกอินเตอร์เนตได้ แต่การมีอิสระเสรีภาพในโลกโซเชี่ยลก็ใช่ว่าจะไร้ขอบเขตเสียทีเดียว เพราะที่ใดมีสิทธิก็ย่อมต้องมีกฎกติกาในชนหมู่ใกเพื่อที่จะอยู่ร่วมกันได้อย่างดี แม้แต่ในโลกโซเชี่ยลที่เป็นโลกเสมือนก็เช่นกัน   เราอยู่ในระบอบของประชาธิปไตยก็จริง รึงกมีสิทธิและเสรีภาพอย่างเต็มที่ ในโลกโซเชี่ยลมีเดีย เราสามารถจะแสดงออกความคิดแสดงความเห็น หรือแม้แต่แสดงจุดยืนหรืออุดมการณ์ของเราได้อย่างเต็มที่ ทว่าในการแสดงซึ่งความคิดเห็นเหล่านั้น จะต้องไม่เป็นการก้าวไปล่วงละเมิดเกินเลยถึงสิทธิของบุคคลอื่นเช่นกัน ในรูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น  มีการเปิดทางเพื่อมอบอำนาจอธิปไตยให้ทุก ๆ คนในการแสดงออกถึงเรื่องต่างๆก็จริง แต่ก็จะต้องคำนึงถึงเสมอว่าสิ่งที่แสดงออกไปในแต่ละครั้งนั้น ไม่เข้าข่ายว่าไปล่วงล้ำในอำนาจอธิปไตยของผู้อื่นเช่นกัน หากว่าเป็นเช่นนั้นแล้ว มันก็ไม่ใช่จะเรียกได้ว่าเป็นประชาธิปไตยที่เหมาะสมและสมบูรณ์อย่างแน่นอน มีเหตุทะเลาเบาะแว้งถึงขั้นฟ้องร้อง หรือรุนแรงต่อกันะเพราะการแสดงจุดยืนหรือความชอบที่มีความแตกต่างกันของแต่ละคนบุคคล เกืดขึ้นให้เห็นกันอยู่เป็นประจำในโลกโซเชี่ยลมีเดีย และในบางครั้งบางคราสิทธิ์ที่ตนเองมีที่ในโลกโซเชี่ยลมีเดียก็ถูกนำมาใช้เพื่อหวังโจมดีผู้อื่นด้วยจุดประสงค์ร้ายที่มีเบื้องหลัง หรือสร้างภาพที่ดูย่ำแย่ เลวร้ายและไม่ดีแก่บุคคลที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม คู่แข่ง หรือศัตรู  ที่พวกเขามีแนวคิดที่แตกต่างออกไปจากความคิดของเรา ทั้งเรื่องการเมือง เรื่องส่วนตัวซุบซิบของศิลปินดารา ประเด็นที่กำลังถูกวิจารณ์กัน กีฬาหรือแม้แต่เรื่องไร้สาระที่เป็นชาวบ้านทั่วๆไป สิ่งเหล่านี้ ทำให้ต้องมาพิจารณากันอีกครั้งว่า สิทธิเสรีภาพในโลกโซเชี่ยลที่เหมาะสมแท้จริงคืออะร แน่นอนว่าเราอาจจะทำสิ่งใดก็ได้ไม่มีใครห้าม แต่ก็ใช่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะดีที่สุด ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น   เรื่องราวที่พูดคุยและกิจกรรมต่าง ๆ ที่ทำกันโดยเสรีในโลกโซเชี่ยลหรือโลกเสมือน

Read More
Freedom of occupation

เสรีภาพในการประกอบอาชีพการทำงานในชีวิตประจำวัน

เป็นเรื่องปกติที่มีมายาวนานหากว่าใครที่ต้องการมีเงินมีทองใช้ก็จำเป็นจะต้องมีอาชีพเป็นของตนเอง ซึ่งแต่ละอาชีพก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการที่ทำให้คนๆ หนึ่งเลือกที่จะประกอบอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสามารถที่ตนเองมี, ความถนัดในการประกอบอาชีพ, จังหวะที่ได้มีโอกาสเข้าไปทำอาชีพนั้น หรือแม้แต่ไม่มีทางเลือกในการประกอบอาชีพก็จำเป็นต้องทำในสิ่งที่ตนเองไม่ได้อยากจะทำก็มี ความโชคดีของคนไทยตั้งแต่ยุคดั้งเดิมมาก็คือเรามีเสรีภาพในการประกอบอาชีพเพื่อใช้ในการดำรงชีวิตประจำวันให้เกิดความสุขขึ้นกับตัวเองมากที่สุด เสรีภาพกับการประกอบอาชีพ จริงแล้วต้องแยกแยะเรื่องของเสรีภาพกับการประกอบอาชีพให้เข้าใจตรงกันเสียก่อน เสรีภาพ คือ สถานภาพของคนทุกคนที่ไม่ได้ตกอยู่ภายใต้การโดนบังคับจากใคร เป็นสิทธิ์ที่จะสามารถกระทำได้ด้วยการตัดสินใจของตนเองหรืออาจไม่เลือกกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้เช่นเดียวกัน ทุกคนสามารถมีเสรีภาพได้ด้วยตนเองโดยที่ไม่จำเป็นต้องรอให้คนอื่นมาปฏิบัติกับตนเอง แต่ทั้งนี้การกระทำด้วยเสรีภาพจำเป็นต้องอยู่ภายใต้ของกรอบกฎหมายด้วยเช่นเดียวกัน ส่วนคำว่า ประกอบอาชีพ ก็คือ การทำงานเพื่อจะแลกกับเงินหรือสิ่งทดแทนอื่นๆ ที่มีค่าต่อคนๆ นั้น ไม่ใช่การทำแล้วไม่ได้อะไรกลับคืนมาสิ่งนั้นไม่ถือว่าเป็นการประกอบอาชีพ เสรีภาพในการประกอบอาชีพสำหรับการทำงานในชีวิตประจำวัน ประเทศไทยโชคดีอยู่อย่างหนึ่งตรงที่เป็นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเพราะฉะนั้นเรื่องของการมีเสรีภาพจึงเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนรู้สึกว่าไม่ได้ขาดหายไปจากไหนเลย อย่างการประกอบอาชีพเพื่อดำรงชีวิตของตนเองให้อยู่ต่อไปได้ในแต่ละวันก็เป็นส่วนหนึ่งของเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่ทุกคนพึงปฏิบัติได้ ทุกอาชีพที่มีล้วนแล้วแต่เป็นอาชีพที่มีคุณค่าในตนเองด้วยกันทั้งสิ้น การทำอาชีพที่สุจริตทุกอาชีพถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยทุกคนมีเสรีภาพที่จะทำอย่างไม่มีความผิดใดๆ ทั้งสิ้น ในทางกลับกันหากว่าการทำอาชีพดังกล่าวเป็นอาชีพที่ขัดต่อกฎหมายบ้านเมือง อาชีพเหล่านั้นก็จะกลายเป็นสิ่งที่ถูกมองว่าไม่สมควรทำและไมมีเสรีภาพที่ควรจะได้ทำด้วยซ้ำ การใช้ชีวิตประจำวันของคนเราเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งในยุคปัจจุบันคนที่ไร้อาชีพแทบจะเป็นไปไมได้ในการหาเลี้ยงตนเองจึงทำให้คนต้องยิ่งพยายามหาอาชีพให้กับตนเองมากขึ้นไปอีก เมื่อเป็นเช่นนี้อะไรก็ตามที่มองว่าไม่ผิดกฎหมาย นั่นคือเสรีภาพต่อตัวคนๆ นั้นที่จะเลือกประกอบอาชีพที่คิดว่าเหมาะสมกับตนเองที่สุดจากสภาวะแวดล้อมที่เป็นมา

Read More

เสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนไทยในประเทศไทย

ศาสนาเป็นสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวจิตใจให้คนทุกคนบนโลกใบนี้สามารถดำเนินชีวิตไปได้ด้วยความมีหลักอะไรบางอย่างที่พึงให้รู้จักผิดชอบชั่วดีถึงสิ่งที่ได้คิด กระทำ ลงไปในแต่ละวัน เป็นคำสั่งสอนที่ถูกบอกเล่ากันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลยาวนาน โลกของเราหากวัดกันจริงทั้งศาสนา ลัทธิ หรือความเชื่อต่างๆ มีอยู่ด้วยกันมากมายเกินกว่าที่จะรู้ว่าเยอะขนาดไหน เพราะบางพื้นที่ก็มีความเชื่อที่คนอื่นอาจมองว่าแปลก แต่สำหรับพวกเขามันเป็นเรื่องปกติ ถึงกระนั้นหากไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับใครก็ย่อมไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว สำหรับประเทศไทยเองแม้ว่าพระพุทธศาสนาจะเป็นศาสนาประจำชาติ ทว่าประเทศของเราก็ยังมีเสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนไทยโดยไมได้จำกัดอยู่เพียงแค่ศาสนาเดียวเท่านั้น เสรีภาพในการนับถือศาสนาของคนไทยในประเทศไทยของเรา จริงๆ แล้วเสรีภาพทางศาสนาไม่ว่าจะเป็นการปกครองด้วยระบบอะไรก็ตามต่างก็ให้ความสำคัญกับเสรีภาพในด้านการนับถือศาสนาเป็นอย่างมาก ซึ่งเสรีภาพดังกล่าวต้องตั้งอยู่บนพื้นฐาน 2 ประการ ประกอบไปด้วย เสรีภาพในการนับถือศาสนาเป็นสิทธิ์ที่เกิดตามธรรมชาติจะไม่สามารถละเมิดกันได้ เป็นสิทธิ์ที่มีความศักดิ์สิทธิ์ต่อมนุษย์ทุกๆ คนที่ต้องการให้คุ้มครองและการรับรอง เป็นหลักความจริงที่ว่าเสรีภาพในศาสนาใครก็ไมมีสิทธิ์ใช้เสรีภาพเหนือผู้อื่น ทุกคนต่างก็มีสิทธิและหน้าที่เท่าเทียมกัน รัฐเองต้องมีหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ของสังคมส่วนรวม จึงจำเป็นต้องมีการเข้ามาเพื่อจัดระเบียบเรื่องของการใช้เสรีภาพทางศาสนาของประชาชน รวมถึงยังเป็นการป้องกันไม่ให้การใช้เสรีภาพของคนๆ หนึ่งต้องไปกระทบกับคนๆ หนึ่งด้วย คนทุกคนย่อมมีเสรีภาพสมบูรณ์ในการเลือกนับถือศาสนาใดก็ตาม นอกจากนี้ยังมีเสรีภาพในการที่จะปฏิบัติตามคำสอนของศาสนาที่ตนเองนับถือได้ด้วยหากว่าไม่ได้เป็นการผิดกฎหมายบ้านเมือง การใช้เสรีภาพดังกล่าวถือว่าเป็นสิ่งที่รัฐยังสามารถคุ้มครองให้กับการกระทำที่ไม่ได้ขัดต่อความดีงามเนื่องจากว่าแต่ละศาสนาบางครั้งก็มีอะไรที่แตกต่างกันออกไปโดยที่คนไมได้นับถือศาสนาดังกล่าวอาจไม่เข้าใจ แต่ทุกอย่างก็ถูกย้อนกลับไปในเรื่องเดิมอีกครั้งที่ว่าหากไม่ได้มีการละเมิดหรือทำให้เกิดความเดือดร้อนต่อบ้านเมืองคนไทยทุกคนก็สามารถนับถือศาสนาที่ตนเองต้องการได้ เป็นเสรีภาพที่ถูกเปิดกว้างอย่างเต็มที่โดยไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะรู้สึกแตกแยกหรือมีปัญหาใด หากว่าเรายังคงใช้ชีวิตอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริงและความถูกต้องต่อสิ่งที่กระทำ

Read More

เหตุผลทำไมประชาชนถึงไม่มี “เสรีภาพ” เท่าที่ควร

  เวลาที่มีเวทีทางการเมืองหรือ สัมนาทางวิชาการ เรามักจะได้ยินคำว่าสิทธิเสรีภาพอยู่บ่อยครั้ง ยิ่งในช่วงที่เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำประเทศกับเกิดการปฎิวัติขึ้น คนส่วนใหญ่ก็จะลุกขึ้นมาประท้วงเพื่อเรียกร้องเสรีภาพ ซึ่งก่อนที่เราจะเรียกหาเสรีภาพ เราควรทำความเข้าใจก่อนว่า เสรีภาพ คืออะไร “เสรีภาพ” หมายถึง สถานภาพของบุคคลที่ไม่ต้องตกอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ใด มีอำนาจที่จะกระทำการอย่างใด อย่างหนึ่ง หรือจะไม่ทำการอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ แต่ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน โดยสามารถแบ่งสิทธิเสรีภาพออกได้ 2 รูปแบบด้วยกัน คือ สิทธิเสรีภาพทางการเมือง : คือความเสมอภาค สิทธิที่จะไม่ถูกทรมานหรือได้รับการปฎิบัติอันโหดร้าย สิทธิที่จะมีความเชื่อมั่นคงปลอดภัยในการดำรงชีวิต ไม่ถูกสอดแทรกในชีวิตส่วนตัว สิทธิเศรษฐกิจและสังคม : ในช่วงแรกจะเน้นเรื่องของการยอมรับในความเป็นมนุษย์ แต่ด้วยที่ปัจจุบันระบบเศรษฐกิจและสังคมมีแนวโน้มการพัฒนามากขึ้น มีความซับซ้อนมากขึ้น จึงกลายเป็นภารกิจของรัฐไป ส่วนปัญหาที่ว่าทำไมประชาชนถึงไม่มีเสรีภาพเท่าที่ควรนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ทั้งเรื่องของการเมืองการปกครองที่ประชาชนยังไม่มีสิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องสิ่งที่ตนเองหรือกลุ่มของตนเองต้องการได้อย่างแท้จริง ถึงแม้ว่าประเทศจะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย แต่ประชาชนเองก็ยังไม่สามารถที่จะออกเสียงได้ เพราะยังกลัวเกรงต่ออำนาจทางการเมือง และส่วนหนึ่งก็มาจากระบบเศรษฐกิจ ที่ยังคงมีความเหลื่อมล้ำในหลายกรณี เช่น สินค้าที่มีการผูกขาดโดยธรรมชาติหรือบริการ ได้แก่ การบริการด้านสาธารณูปโภค (น้ำประปา, ไฟฟ้า, โทรศัพท์) โครงสร้างพื้นฐาน (ถนน เขื่อน สะพาน)  สิ่งเหล่านี้ต้องใช้การลงทุนสูง กว่าจะคืนทุนก็ใช้ระยะเวลายาวนาน

Read More

ระบอบประชาธิปไตยที่อยู่คู่คนไทยมานาน

  นับตั้งแต่ปีพ.ศ.2475 เป็นต้นมาประเทศไทยก็เข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยซึ่งถือได้ว่าเป็นระบอบการปกครองที่ดีที่สุดในปัจจุบัน และยังเป็นมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกต่างก็นิยมปกครองด้วยระบอบนี้ เพราะเป็นการปกครองที่ยอมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกผู้เข้ามาบริหารประเทศด้วยการเลือกตั้ง หรือที่เรียกว่า “อำนาจอธิปไตยที่มาจากประชาชน” ระบอบประชาธิปไตยของประเทศเรามีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสูงสุด ที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มีนายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าฝ่ายบริหาร (คณะรัฐมนตรี) ในการบริหารประเทศ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งที่ประชาชนเลือกเข้ามา มีวาระบริหารคราวละ 4 ปี และหากหมดวาระก็มีโอกาสกลับเข้ามาบริหารประเทศได้อีกถ้าถูกเลือกเข้ามา โดยไม่มีข้อกำหนดว่าอยู่ได้กี่สมัย ซึ่งจะว่าไประบอบประชาธิปไตยของบ้านเรามีมานานกว่า 80 ปี เกือบเท่าช่วงอายุหนึ่งของคน อาจจะดูว่านานแต่เมื่อเทียบกับบางประเทศที่ใช้เวลาเป็นร้อยปี  แต่เหมือนกับว่าการเมืองไทยยังไม่ถูกพัฒนาไปในทิศทางไหนกันเสียที นักวิชาการบางท่านเคยกล่าวไว้ว่าเป็นเพราะ ประชาชนยังไม่มีความพร้อม ยังไม่รู้จักใช้สิทธิ์ ใช้เสียง ใช้อำนาจของตนเองที่มีอยู่ในมือ ในการเลือกผู้แทนของตนเอง (โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกล มีการขายเสียงด้วยการแลกกับเงินเพียงเล็กน้อย โดยมีคำพูดติดหูที่ว่า “เงินไม่มา กาไม่เป็น”) อีกส่วนหนึ่งมาจากความไม่พร้อมของนักการเมือง ที่พร้อมจะทุ่มเงินจำนวนมากเพื่อซื้อเสียงเข้ามา แต่ไม่พร้อมที่จะทุ่มเทให้กับประเทศ ต่างเข้ามาหวังกอบโกยผลประโยชน์เข้าสู่ตนเอง ขาดจรรยาบรรณของนักการเมือง และข้อสุดท้ายคือบ้านเมืองไม่พร้อม ทั้งในเรื่องการบังคับใช้กฎหมาย ให้เป็นกฎหมาย แต่กลับกลายเป็นกฎหมายมีไว้บังคับใช้สำหรับคนจนเท่านั้น ในขณะที่ผู้มีอำนาจ มีอิทธิพล ผู้ร่ำรวยกับนำไปบังคับใช้ไม่ได้ส่งผลให้ประชนชนรู้สึกได้ถึงความไม่เสมอภาค ดังนั้นสรุปได้ว่าประเทศไทยแม้จะปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบเต็มรูปแบบอาจต้องใช้เวลาอีกนานพอสมควร จนกว่าจะสามารถปรับเปลี่ยนแก้ไขปัญหาต่างๆให้ค่อยๆหมดไป ที่สำคัญคือประชนชนทุกภาคส่วนจะต้องช่วยกันยืนหยัดในหลักการของประชาธิปไตย ให้เป็นไปตามรูปธรรมของประชาธิปไตย ปล่อยให้บุคคลที่ถูกเลือกเข้ามาได้มีโอกาสบริหารประเทศได้ตามวาระเสียก่อน ไม่ใช่ว่าพอไม่ใช่ผู้ที่ตนให้การสนับสนุนได้เข้ามาบริหารประเทศก็ร่วมตัวกันขับไล่  หรือฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง

Read More

“มหาตมะ คานธี” นักต่อสู่เสรีภาพแห่งประเทศอินเดีย

  หากจะกล่าวถึงนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพในโลกใบนี้มีมากมายหลายท่าน ที่สร้างคุณประโยชน์และทำเพื่อมวลชนอย่างแท้จริง แต่ถ้าจะให้นึกถึงใครเป็นอันดับต้นๆคงต้องยกให้ “มหาตมะ คานธี” ผู้โด่งดังที่ยอมพลีชีพเพื่อความถูกต้องแด่ชาวอินเดียอย่างแท้จริง “ มหาตมะ คานธี” หรือ โมฮันดาส เค. คานธี เกิดวันที่ 2 ตุลาคม 1869 ในวรรณะแพศย์ ณ.เมืองโพรบันดาร์ รัฐคุชราต บิดาเป็นนักการเมือง ส่วนมารดาเป็นผู้หญิงที่เคร่งศาสนา พอคานธีอายุได้ 13 ปีก็แต่งงานตามประเพณีกับ “กัสตรูพา” และเมื่ออายุครบ 18 ปี ทางบ้านก็ส่งคานธีไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษในวิชากฎหมาย ซึ่งการใช้ชีวิตอยู่ที่นั้นคานธีต้องพบเจออุปสรรคมากมายทั้งเรื่องการกินอยู่ วัฒนธรรม และปัญหาการเหยียดสีผิว แต่ก็ไม่ได้ทำให้คานธีย่อท้อเพราะสุดท้ายเขาก็ได้เรียนจบเนติบัณฑิตตามความตั้งใจและเริ่มอาชีพทนายความอย่างไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร จุดพลิกผันที่ทำให้คานธีลุกขึ้นมาต่อสู้เพื่อเสรีภาพก็เมื่อคานธีได้โดยสารรถไฟชั้น First Class เพื่อไปแอฟริกาใต้ แต่กลับถูกคนผิวขาวรวมหัวกันขับไล่ให้คานธีไปนั่งในชั้นราคาถูกเพียงเพราะสีผิวที่แตกต่าง ทีแรกคานธีก็ไม่สนใจเขามองเป็นเรื่องที่ไร้สาระ ผลกลายเป็นว่าเจ้าหน้าที่ของรถไฟได้โยนคานธีออกจากรถ พร้อมตะโกนไล่ว่า “รถไฟชั้นหรูมีไว้บริการคนผิวขาวเท่านั้น” นอกจากนั้นเขายังพบว่าคนผิวสีล้วนถูกเหยียดให้เป็นคนต่ำต้อย จากเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมรณรงค์ เรื่องสิทธิมนุษยชนในแอฟริกาใต้ถึง 6 ปี แต่ก็ไม่เป็นผล คานธีเลยเปลี่ยนมาใช้วิธี “สัตยาเคราะห์” หรือคือวิธี “ดื้อเงียบ” ด้วยการไม่ใช่ความรุนแรง

Read More